‘กลิ่น’ ของความเป็นเมือง เรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้ามจากภาพยนตร์เรื่อง Parasite

 ‘กลิ่น’ ของความเป็นเมือง เรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้ามจากภาพยนตร์เรื่อง Parasite
Spread the love

**บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์บางส่วน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม**

‘กลิ่นของคนจน’ คือสิ่งที่คุณนายปาร์คเจ้าของบ้านได้เอ่ยกับแม่บ้านในช่วงเวลาอันไม่สลักสำคัญ เธอบอกว่าคุ้นเคย และรู้ว่ามันเป็นอย่างไร เพราะคนจนนั้นจะต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน แตกต่างจากคนรวยที่มีรถยนต์ส่วนตัว ก่อนจะบุ้ยใบ้ไปเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แน่นอนว่า ‘กลิ่นของคนจน’ คือสารหนึ่งที่ถูกส่งออกมาใน Parasite ภาพยนตร์บันเทิงคดีซ่อนเงื่อน เจ้าของ 4 รางวัลตุ๊กตาทองออสการ์ของผู้กำกับชาวเกาหลีใต้ บงจุนโฮ ที่สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลกภาพยนตร์เกาหลี (หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ของออสการ์เองก็ตามที)

และด้วย ‘กลิ่น’ ที่ถูกเอ่ยขึ้นมานี้เอง ที่เราในฐานะคนดู พร้อมครอบครัวคิม ผู้มีฐานะยากจน อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์รูหนู พับกล่องพิซซ่าขาย และกำลังสุขสบายไปกับแผนการของลูกชาย ในการแฝงตัวเข้ามาเป็น ‘ปรสิต’ เสวยสุขอย่างแสนสำราญในบ้านของผู้มีอันจะกิน (โดยแสร้งทำเสมือนว่าไม่รู้จักกันมาก่อน) ได้รับรู้ว่า เป็นสัญญาณถึงเค้าลางความหายนะที่จะตามมาในตอนท้ายเรื่อง

เมื่อไรกัน ที่ ‘กลิ่น’ คือสัญญะหนึ่งในการบ่งบอกฐานะ และสภาวะของความเป็นเมือง?

บางที ก็อาจจะตั้งแต่ที่มีการรวมหมู่กันของผู้คนกลุ่มใหญ่ ที่ความหลากหลาย ได้สร้าง ‘กลิ่น’ ที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ที่พอจะทำให้เราระลึกได้ ว่าสถานที่ต่างๆ นั้น เป็นอย่างไร

เราอาจจะคุ้นเคยกับย่านพาหุรัด ที่มีร้านขายผ้าของแขกซิกข์ที่เจือไปด้วยกลิ่นของเครื่องเทศนานาชนิดลอยมาตามอากาศ เราอาจจะนึกภาพย่านกลางเมืองเช่นสีลมที่มีกลิ่นของความเป็นทางการ กลิ่นของความสบายๆ ไม่เร่งรีบของย่านพระประแดงนอกเขตเมือง กลิ่นอาหารอันหลากหลายของชุมชนชาวจีนเยาวราช หรืออาจจะด้วยกลิ่นที่ดูสะอาดเต็มไปด้วยระเบียบของประเทศญี่ปุ่น, กลิ่นของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของอเมริกันแถบฝั่งทะเลตะวันตก ไปจนถึงกลิ่นลูกมะกอกสุกและอาหารทะเลแถบคาบสมุทรไอบีเรียและยุโรปทางตอนใต้

แต่ในทางหนึ่ง เราคงไม่อาจมองข้ามถึง ‘กลิ่น’ ของสลัมในกรุงมะนิลาหรือนิวเดลี กลิ่นของความแออัดของฟาเวลาในบราซิล หรือแม้แต่ในที่ใกล้ตัวอย่างเช่นชุมชนคลองเตย ที่ที่ ‘กลิ่น’ กำลังสะท้อนปัญหาของความเหลื่อมล้ำ และการวางผังเมืองที่ผิดพลาดให้เผยตัวออกมา

การรวมตัวของประชากรที่ไหลบ่าเข้ามาสู่เมืองนั้น สร้างความแตกต่างทางชาติพันธุ์และสะท้อนอัตลักษณ์ของความเป็นเมืองอย่างใหญ่หลวง และ ‘กลิ่น’ ก็เป็นบริบทหนึ่ง ที่ถูกรวบประกอบเข้ามาในปัจจัยดังกล่าว

มันคือเอกลักษณ์ที่มีอยู่จริง และมันก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของเมืองที่มีอยู่จริงด้วยเช่นกัน

มันจะดีกว่าหรือไม่ ถ้าหากว่า ‘เมือง’ ได้ถูกออกแบบมา เพื่อให้ตอบสนองต่อความหลากหลายได้อย่างเสมอหน้า มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขลักษณะที่ถึงพร้อม และเปิดโอกาสให้สิ่งที่หลากหลายดังว่า ได้แสดงตัวตนได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ไม่ต้องเรียบร้อยสะอาดปราศจากเชื้อถึงขั้นนั้น แค่มีช่องว่างให้ทุกชาติพันธุ์ได้อยู่อาศัยและแสดง ‘อัตลักษณ์’ ของตัวเอง ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่ทั่วถึง ให้มีความหวัง มีความฝัน และมีแสงส่องทางให้เดินหน้าต่อไป ก็อาจจะนับว่าเพียงพอ

ในภาพยนตร์เรื่อง ‘Parasite’ คุณนายเจ้าของบ้านเอ่ยถึงเรื่องกลิ่นอย่างไม่สลักสำคัญ แต่มันก็มีนัยแฝงถึงความทรงจำในคืนวันที่ครอบครัวของเธอต้องฝ่าฟัน เพื่อให้ได้บ้านริมเขา ที่มี ‘กลิ่น’ สะอาดปราศจากสิ่งที่เรียกว่า ‘ความยากจน’ ที่เธอรังเกียจเดียดฉันท์เสียยิ่งกว่าเชื้อโรค

ครอบครัวคิม ทนอยู่ในอพาร์ทเมนต์รูหนู ที่ ‘กลิ่น’ ของสภาพแวดล้อมอันอัตคัด ได้กลายเป็นความคุ้นเคยที่จำต้องทน และความปลอดภัยในชีวิตก็มีน้อยจนแทบนับนิ้ว วันดีคืนดี จะถูกน้ำพัดพาไปเมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้

เหล่านี้ คือภาพสะท้อนของ ‘เมือง’ ที่สร้างเอกลักษณ์ และความเหลื่อมล้ำไปพร้อมกันอย่างช่วยไม่ได้ และคงจะมีแต่เพียงการคิดในการออกแบบเมืองที่ดีเท่านั้น ที่จะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้คลี่คลายลง

เพราะ ‘กลิ่นของความจน’ นั้นคือเรื่องสมมติ…

แต่ ‘กลิ่น’ อันหลากหลายของความเป็นเมืองคือเรื่องจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ…

และเมืองที่ดี ก็คือเมืองที่ทุกกลิ่น สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ถูกแบ่งแยก ว่ากลิ่นใด คือกลิ่นคนจน หรือกลิ่นคนมีอันจะกิน

247CityLife

247CityLife

Related post